dekrian

แนะนำการศึกษา สาขาวิชาที่น่าสนใจ และความรู้รอบตัว

10 มหาลัยไทย ติดอันดับโลก

1 min read
10 มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับโลก ปี 2020
10 มหาลัยไทย ติดอันดับโลก ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2020

10 มหาลัยไทย ติดอันดับโลก ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2020

10 มหาลัยไทย ติดอันดับโลก ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2020 รามักจะได้เห็นผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกกันเป็นประจำทุกปีในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านคุณภาพของการเรียนการสอน การถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ และการเข้าถึงเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา เป็นต้น

โดยล่าสุด สถาบันการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกชื่อดังอย่าง Times Higher Education หรือเรามักจะเรียกสั้น ๆ กันว่า THE จากประเทศอังกฤษ ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยจากทั่วโลก ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2020 (World University Rankings 2020 by Subject : Engineering and Technology) ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการจัดอันดับในครั้งนี้มหาวิทยาลัยที่ครองอันดับ 1 ของโลกด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีมีถึง 2 สถาบันด้วย คือ สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University)

ส่วนประเทศไทยนั้นก็มี 10 มหาวิทยาลัยด้วยกันที่ติดอันดับด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2020 โดยมหาวิทยาลัยไทยที่ครองแชมป์อันดับ 1 ของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นการครองแชมป์เอาไว้ได้ถึง 3 ปีซ้อนด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2018, 2019 และ 2020 ส่วนมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ ที่ติดอันดับเข้ามานั้นจะมีที่ไหนบ้าง

10 มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับโลก ปี 2020

1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

อันดับ 1 ของไทย
อันดับ 501-600 ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้อันดับ 1 ของไทย และ อันดับ 501-600 ของโลก เดิมชื่อ “วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี” ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2503 สังกัดกองวิทยาลัยเทคนิค กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในปี พ.ศ.2514 ได้รวมกับวิทยาลัยเทคนิคโทรคมนาคมนนทบุรี และวิทยาลัยเทคนิคไทย-เยอรมัน พระนครเหนือ จัดตั้งเป็น “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า” นามภาษาอังกฤษว่า “King Mongkut’s Institue of Technology” สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ผลิตครูอาชีวศึกษาระดับปริญญา ให้การศึกษาทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ทั้งระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา 

ปี พ.ศ.2517 ได้ยกฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย 
ปี 2529 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นนิติบุคคลมีฐานะเป็นกรมในทบวงมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(King Mongkut’s Univerity of Technology Thonburi) ตามพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2541 ได้กำหนดให้มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐบาลและเป็นนิติบุคคล พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนที่ 11 ก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2541 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2541

2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อันดับ 2 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 601-800 ของโลก

ประวัติ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนับเป็นการก่อกำเนิดมหาวิทยาลัยครั้งแรกในเมืองไทยที่มีการศึกษาตามแบบตะวันตก ถือกำเนิดจากโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งขึ้น ณ ตึกยาวข้างประตูพิมานชัยศรีในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ.2442 และได้รับพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนมหาดเล็ก เมื่อ 1 เมษายน พ.ศ. 2445

ทั้งนี้เพื่อผลิตบุคลากรให้รับราชการ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระบรมราโชบายในสมเด็จพระบรมชนกาธิราชที่จะ “ให้มีมหาวิทยาลัยขึ้นสำหรับเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชาวสยาม”พอที่จะช่วยให้กิจการปกครองท้องที่ของกระทรวงมหาดไทยดำเนินไปได้ เมื่อสมควรขยายการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของ กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเป็นสถาบันอุดมศึกษา พระราชทานนามว่า “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เมื่อ 1 มกราคม 2453

ในปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2459 พร้อมกับโอนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปขึ้นกับกระทรวงธรรมการในวันเดียวกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมมหาวิทยาลัยขึ้นอีกกรมหนึ่งขึ้นตรงต่อกระทรวงธรรมการ มีตำแหน่งหัวหน้าเป็นชั้นอธิบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นกับกรมนี้ โดยมี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมมหาวิทยาลัยเป็นพระองค์แรก และมีพระยาอนุกิจวิทูร (สันทัด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นผู้บัญชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนแรก (ต่อมาตำแหน่งนี้เปลี่ยนไปเรียกเป็นอธิการบดี ตั้งแต่ พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา)

3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อันดับ 2 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 601-800 ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (อังกฤษ: Khon Kaen University; อักษรย่อ: มข., KKU.) เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อตั้งขึ้นตามนโยบายการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ส่วนภูมิภาคตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ ๑ ของประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหาให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีประชากรเป็น ๑ ใน ๓ ของประเทศ

ในแต่ละปีต้องเผชิญกับปัญหาภัยแห้งแล้งและผลผลิตทางภาคการเกษตรไม่ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีประชากรที่ยากจนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ และได้พระราชทานพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า

มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นศูนย์รวมทางความคิด สติปัญญาของสังคม และเป็นศูนย์รวมการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะกระจายโอกาสทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค และเนื่องจากมีที่ตั้งอยู่กลางภูมิภาคอินโดจีน จึงนับเป็นหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากในการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและวิชาการแก่ประเทศต่างๆ ในแถบนี้ โดยเฉพาะในด้านการศึกษา การฝึกอบรม และการให้ความช่วยเหลือด้านผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวิจัยการเกษตรและการสาธารณสุข ตลอดจนเป็นฐานของความช่วยเหลือทางวิชาการจากประเทศที่สาม

ขณะนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นแหล่งฝึกอบรมระยะสั้น การศึกษาในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทของนักศึกษาจากประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม นอกจากนั้นยังมีโครงการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติอีกหลายสาชาวิชาเพื่อให้นักศึกษาประเทศเพื่อนบ้านได้นำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศของตน

4. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

อันดับ 2 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 601-800 ของโลก

ประวัติ

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2528 บนเนื้อที่กว่า 850 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา การค้นคว้าวิจัย และการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง มีจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2503 จาก ศูนย์ฝึกโทรคมนาคมนนทบุรี สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาได้ปรับฐานะเป็นวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี ในปี 2570 หลังจากนั้นในปี 2514 ได้มีการก่อตั้ง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าขึ้น โดยมีวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรีเป็นวิทยาเขตนนทบุรี รวมกับอีก 2 วิทยาเขตคือ วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ และวิทลัยเทคนิคธนบุรี และในปีเดียวกันนี้ได้ย้ายมาอยู่ที่ลาดกระบัง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ต่อมาในปี 2515 วิทยาลัยโทรคมนาคมยกฐานะขึ้นมาเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ และยังมีวิทยาลัยวิชาการก่อสร้าง โอนมาสังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเปลี่ยนชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และในปี 2520 ได้จัดตั้งคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ขึ้น หลังจากนั้นหนึ่งปี วิทยาลัยเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร เป็นอีกสถาบันหนึ่งที่ถูกโอนมาสังกัดสถาบันนี้ โดยเปลี่ยนชื่อเป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตร

จนกระทั่งปี 2528 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ และมีชื่อเต็มว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลากกระบัง” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “พระจอมเกล้าลาดกระบัง” นอกจากที่ลาดกระบังแล้ว ยังมีหน่วยงานระดับวิทยาเขตอีก 2 แห่งคือที่ วิทยาเขตชุมพร และวิทยาเขตระยอง อีกด้วย

5. มหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดล

อันดับ 2 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 601-800 ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยมหิดลกำเนิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับแต่ทรงก่อตั้งโรงศิริราชพยาบาลขึ้นใน พ.ศ. 2431 ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสอนวิชาแพทย์ ณ โรงพยาบาลแห่งนี้ เรียกว่า “โรงเรียนแพทยากร” ตั้งแต่ พ.ศ. 2433 จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีแพทย์สำเร็จการศึกษาเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2436 ต่อมาโรงเรียนแพทย์นี้ได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 5 ว่า “ราชแพทยาลัย” ใน พ.ศ. 2443 

จากโรงเรียนแพทย์ได้พัฒนาขึ้นเป็นคณะแพทยศาสตร์จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีเป็นแห่งแรกในประเทศไทยจากนั้นได้จัดตั้ง “มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์” ใน พ.ศ. 2485 ครั้นถึง พ.ศ. 2512 เมื่อได้ปรับปรุงเป็นมหาวิทยาลัยอย่างสมบูรณ์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่า“มหาวิทยาลัยมหิดล” ตามพระนามาภิไธยของ “สมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์” พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย

ด้วยประวัติและเกียรติภูมิที่สั่งสมมายาวนาน มหาวิทยาลัยมหิดลได้ขยายขอบข่ายการดำเนินงานอย่างกว้างขวางจนเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมด้วยสาขาวิชาที่หลากหลาย มีความมั่นคงและเป็นที่ยอมรับนับถือทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ประกอบด้วย สำนักงานสภามหาวิทยาลัย สำนักงานอธิการบดี คณะต่างๆ 17 คณะ วิทยาลัย 6 แห่ง สถาบัน 8 แห่ง โรงพยาบาลที่จัดการเรียนการสอน 4 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัย และสถาบันสมทบอีกจำนวนมาก

6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

อันดับ 2 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 601-800 ของโลก

ประวัติ

ประวัติ มทส.ช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รัฐบาลมี นโยบายกระจายโอกาสทางการศึกษา ระดับอุดมศึกษาไปสู่ภูมิภาคและ ชนบท ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ใน พ.ศ. 2523 ทบวงมหาวิทยาลัยจึง เสนอให้ รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยใหม่ในส่วนภูมิภาค 5 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 1 แห่ง ภาคใต้ 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง ในส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดตั้ง วิทยาลัยในสังกัด มหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดนครราชสีมา โดยวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้ใช้ชื่อว่า “ วิทยาลัยสุรนารี ” และเลือกพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ประมาณ 7,000 ไร่ เป็นที่ตั้ง 

ต่อมารัฐบาลซึ่งมี ฯพณฯ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็น นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความจำเป็น ในการเร่งรัดจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีศักยภาพ และความพร้อมที่จะสนองความ ต้องการของการ พัฒนาประเทศในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีใน คราวประชุม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2531 จึงมีมติให้ยกฐานะวิทยาลัย ในภูมิภาคทั้ง 5 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พร้อมกันนี้ ได้อนุมัติ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดตั้ง “มหาวิทยาลัยสุรนารี ” โดยมีปลัดทบวง มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ ดร . วิจิตร ศรีสอ้าน) เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้จัดทำโครงการ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเสนอต่อรัฐบาล พร้อมทั้งเสนอร่าง พระราชบัญญัติจัดตั้ง มหาวิทยาลัย ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม พ.ศ. 2532  

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยใน พระราชบัญญัติดังกล่าว และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2533 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  จึงได้ถือเอาวันที่ 27 กรกฎาคม 2533 เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย

7. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อันดับ 7 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 801+ ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ.2501 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนา

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

8. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อันดับ 7 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 801+ ของโลก

ประวัติ

ในปี พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์) ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้อุดหนุนการทำไหมและทอผ้าของประเทศ โดยได้ว่าจ้าง ดร.คาเมทาโร่ โทยาม่าจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ทดลองเลี้ยงไหมตามแบบฉบับของญี่ปุ่น สอนและฝึกอบรมนักเรียนไทยในวิชาการเลี้ยงและการทำไหม โดยมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมช่างไหม กระทรวงเกษตราธิการในขณะนั้น ทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างไหม ขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2447 ณ ท้องที่ตำบล ทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันการศึกษาอันเกี่ยวกับการเกษตรแห่งแรก จากนั้นในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนช่างไหมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก ในปีพ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) เนื่องจากมีวิชาการเพาะปลูกพืชอื่น ๆเข้ามาประกอบโรงเรียนเกษตราธิการ พระราชวังวินด์เซอร์

ต่อมาโรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 ณ วังสระปทุมโดยที่กระทรวงเกษตราธิการได้ทำการรวบรวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของกระทรวง 3 โรงเรียนคือโรงเรียนแผนที่ (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2425) โรงเรียนกรมคลอง (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2448) และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกันเพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตราธิการ ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรแรกของประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการสอนหลักสูตรใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2452

9. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

อันดับ 7 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 801+ ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กำเนิดขึ้นในปี 2502 จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเยอรมัน ซึ่งเป็นความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาด้านช่างอุตสาหกรรม ในขณะนั้นสถาบันนี้มีฐานะเป็นโรงเรียนในสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ใช้ชื่อนี้ว่า “โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “เทคนิคไทย-เยอรมัน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตช่างฝีมือระบบเยอรมันที่เน้นการปฏิบัติและประสบการณ์จริงในโรงงาน

ในปี 2507 โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาลัย จนกระทั่งในปี 2514 ได้มีการรวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี และวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรีแล้วจัดตั้งเป็น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า โดยทั้ง 3 วิทยาลัยได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นวิทยาเขต 3 แห่งของสถาบัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 มีประกาศพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2528 กำหนดให้แต่ละวิทยาเขตแยกเป็นสถาบันอุดมศึกษาอิสระเพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานทางการศึกษาของแต่ละสถาบัน ให้มีฐานะเป็นกรมเทียบเท่ามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง โดยวิทยาเขตพระนครเหนือใช้ชื่อว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ”

10. มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร

อันดับ 7 ของไทย (ร่วม)
อันดับ 801+ ของโลก

ประวัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มต้นจากการเป็น “วิทยาลับวิชาการศึกษาพิษณุโลก” เมื่อปี พ.ศ. 2510 ภายหลังการก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 13 ปี โดยเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาแห่งแรกที่ 4 รองจาก ประสานมิตร ปทุมวัน และบางแสน ตามลำดับ แต่เนื่องจากความไม่พร้อมของสถานที่ นักศึกษารุ่นแรกจึงต้องถูกฝากให้ไปเรียนยังวิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน และวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน แห่งละ 60 คน และกลับมาเรียนที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกตามปกติในปีต่อมา

ต่อมาในปี 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้ยกฐานะขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ของวิทยาลัยวิชาการศึกษาในขณะนั้นจึงได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยด้วย โดยเป็นวิทยาเขตหนึ่งของ มศว. ซึ่งมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหาร และในปี 2522 มหาวิทยาลัยได้ขออนุญาตกระทรวงมหาดไทยใช้ที่ดินบริเวณทุ่งหนองอ้อ ปากคลองจิก เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ซึ่งทำให้มีความเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค

ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับบทความ 10 มหาลัยไทย ติดอันดับโลก ด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2020 โดยมหาวิทยาลัยไทยที่ครองแชมป์อันดับ 1 ของไทยได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งถือได้ว่าเป็นการครองแชมป์เอาไว้ได้ถึง 3 ปีซ้อนด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2018, 2019 และ 2020 ส่วนมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ ที่ติดอันดับเข้ามานั้นจะมีที่ไหนบ้าง

แนะนำมหาวิทยาลัย : 10 อันดับผู้สมัคร TCAS 3 มากที่สุด

แนะนำวงดนตรีวงร็อคแห่งยุค : Bodyslam