dekrian

แนะนำการศึกษา สาขาวิชาที่น่าสนใจ และความรู้รอบตัว

5 โรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำของโลก

1 min read
5 โรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำของโลก

ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นหลายช่องทีวี ผลิตรายการแข่งขันทำอาหารออกมาฉายหลายรายการ และมันก็กระแสดีซะด้วย ในประเทศไทย จนอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคน อยากจะเป็นเซฟ วันนี้เราจึงได้นำ โรงเรียนสอนทำอาหาร ชั้นนำของโลก ที่เป็นที่ยอมรับมาฝาก เผื่อว่าใครอยากจะลองซื้อตั๋วบินไปเรียนดูบ้าง มาดูกันว่าจะมีที่ไหนบ้าง

5 โรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำของโลก

1. International Culinary Center (ICC)

มาเริ่มกันด้วย โรงเรียนสอนทำอาหาร International Culinary Center (ICC) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 ในฐานะสถาบันการทำอาหารฝรั่งเศสเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลด้านการศึกษาด้านการทำอาหารขนมอบและไวน์ระดับมืออาชีพ ICC ได้รับรางวัล“ โรงเรียนสอนทำอาหารอาชีวศึกษาที่ดีที่สุด” หลายรางวัลและได้รับรางวัลสูงสุดโรงเรียนแห่งความเป็นเลิศจากคณะกรรมการรับรอง ACCSC

ความพิเศษของ ICC อยู่ที่ไม่ได้มีแค่หลักสูตรสอนทำอาหารระยะยาวเท่านั้น ที่นี่เปิดสอนตั้งแต่คอร์สระยะสั้นเพียง 1 วัน ไปจนถึงคอร์สระยะยาวกว่า 9 เดือน แถมยังได้ฝึกงานกับร้านอาหารในอิตาลีอีกด้วย ส่วนใครที่ไม่เคยมีประสบการณ์เข้าครัวมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ที่นี่มีคอร์สสำหรับว่าที่เชฟมือใหม่ที่สอนตั้งแต่วิธีการใช้มีดเลยทีเดียว อีกอย่างที่พิเศษมากๆ ก็คือ ICC เป็นโรงเรียนสอนทำอาหารแห่งแรกที่เปิดสอนเกี่ยวกับไวน์ค่ะ โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้เรื่องไวน์จากซอมเมอลิเยร์* มืออาชีพกว่า 11 ท่านเลยทีเดียว

*(Sommelier คือ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องไวน์ และให้บริการไวน์ในร้านอาหาร Fine-dining โดยจะต้องมีความรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับไวน์ ตั้งแต่ชนิดของไวน์ สายพันธุ์องุ่นที่นำมาใช้ผลิต กระบวนการผลิต ตลอดจนสามารถแนะนำอาหารที่เหมาะแก่การรับประทานคู่กับไวน์ประเภทต่างๆ ได้)

อาจจะคิดว่าการเรียนทำอาหารจะต้องราคาแพงมากแน่ๆ แต่พี่มีข่าวดีมาบอกค่ะ ว่าตอนนี้ ICC มอบทุนให้แก่นักเรียนกว่า 20 ทุน ทั้งที่เรียนในนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย ส่วนนักศึกษาต่างชาติก็มีทุน มูลค่า $5000 (ประมาณ 160,000 บาท) สำหรับผู้ที่เรียนคอร์ส Professional Culinary Arts หรือ Professional Pastry Arts และ $2500 (ประมาณ 80,000 บาท) สำหรับผู้ที่เรียนคอร์ส Intensive Sommelier Training, Cake Techniques and Design หรือ Art of International Bread Baking

โดยการสมัครรับทุนนั้น ผู้สมัครจะต้องเขียนเรียงความ ความยาวไม่เกิน 500 คำ หรืออัดคลิปวิดีโอ ความยาวไม่เกิน 5 นาที อธิบายเกี่ยวกับ Passion และเป้าหมายของโปรแกรมที่ลงเรียน และเหตุผลที่ตนสมควรได้รับทุนนี้

New England Culinary Institute (NECI)

2. New England Culinary Institute (NECI)

New England Culinary Institute (NECI) เป็นวิทยาลัยการทำอาหารส่วนตัวที่แสวงหาผลกำไรในเมือง Montpelier รัฐเวอร์มอนต์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2523 โดย Fran Voigt และ John Dranow คลาส NECI แรกจัดทำโดยเชฟ Michel LeBorgne มีนักเรียนเจ็ดคน จำนวนการลงทะเบียน 500 คนในปี 2558 วิทยาเขตแห่งที่สองเปิดดำเนินการในเอสเซ็กซ์รัฐเวอร์มอนต์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2532 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552

New England Culinary Institute เริ่มต้นมาจากห้องเรียนสอนทำอาหารเล็กๆ ที่มีนักเรียนเพียงแค่ 7 คนเองค่ะ เสน่ห์ของ NECI อยู่ที่การเน้นคุณภาพของการเรียน ทางสถาบันเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การลงมือปฏิบัติจริง ไม่ใช่การนั่งอยู่หน้ากระดานดำ ดังนั้น การจำกัดจำนวนนักเรียน 10 คนต่อ 1 คลาสเรียนจะทำให้เชฟผู้สอนและนักเรียนใกล้ชิดกันมากขึ้นและมีความทั่วถึงเมื่อเกิดปัญหาระหว่างการทำอาหาร ทาง NECI มีร้านอาหารในเครืออยู่ 4 แห่ง ที่ให้นักเรียนได้ลงมือทำอาหารเสิร์ฟให้กับลูกค้าจริง

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมเรียนออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนชาวต่างชาติหรือผู้ที่สนใจเรียนทำอาหารแต่มีเวลาว่างไม่แน่นอนได้ร่วมเติมเต็มความฝันเพื่อเป็นเชฟที่ดีในอนาคตด้วย

Le Cordon Bleu (LCB)

3. Le Cordon Bleu (LCB)

Le Cordon Bleu ก่อตั้งขึ้นในปารีสในปี พ.ศ. 2438 ปัจจุบันถือเป็นเครือข่ายโรงเรียนสอนการทำอาหารและการบริการที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีสถาบันมากกว่า 35 แห่งใน 20 ประเทศและมีนักเรียน 20,000 กว่า 100 สัญชาติได้รับการฝึกฝนทุกปี Le Cordon Bleu ผสมผสานนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ากับประเพณีผ่านประกาศนียบัตรอนุปริญญาปริญญาตรีและปริญญาโท

ในวงการอาหารบ้านเราคงไม่มีใครไม่รู้จัก Le Cordon Bleu โรงเรียนสอนทำอาหารสัญชาติฝรั่งเศสที่ก่อตั้งมานานกว่า 123 ปี กับ 23 สาขาทั่วโลก ด้วยความที่ LCB มีสูตรลับแบบฝรั่งเศสเฉพาะตัว เชฟผู้สอนมากความสามารถ อุปกรณ์ในการเรียนที่มีประสิทธิภาพ และประวัติอันยาวนาน ทำให้ LCB เป็นสถาบันที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากไปเรียน

และเมื่อปี 2007 “เลอ กอร์ดอง เบลอ อินเตอร์เนชั่นแนล” จับมือกับ “ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล” เปิด “เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต” สาขาแรกของประเทศไทยขึ้น โดยมีหลักสูตรหลักคือกร็องด์ ดิโปลม (Grand Diplôme) ผู้เรียนจะได้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรการประกอบอาหารคาวชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงและการทำขนมอบในชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงเช่นกันค่ะ แต่ละระดับจะใช้เวลาในการเรียนประมาณ 3 เดือน ค่าเรียนอยู่ที่ 1,147,500 บาทค่ะ

นอกจากหลักสูตรกร็องด์ ดิโปลมแล้ว LCB ยังมีคลาสเรียนเฉพาะด้าน ให้ผู้ที่สนใจได้เลือกเข้าศึกษาอีกไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรความรู้เกี่ยวกับเนยแข็ง หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์และเครื่องดื่ม หลักสูตรการทำขนมปัง หรือแม้แต่หลักสูตรการทำอาหารสำหรับเหล่าเชฟตัวน้อยที่มีอายุระหว่าง 8 – 11 ปีก็มี เรียกได้ว่าทาง LCB ได้ขนความรู้การทำอาหารจากฝรั่งเศสมาเสิร์ฟให้ว่าที่เชฟชาวไทยกันอย่างครบรสเลยทีเดียว

The Culinary Institute of America

4. The Culinary Institute of America

Culinary Institute of America (CIA) เป็นวิทยาลัยเอกชนของอเมริกาและโรงเรียนสอนทำอาหารที่เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารการอบและการเรียนศิลปะการทำขนม วิทยาเขตหลักของโรงเรียนตั้งอยู่ในไฮด์พาร์คนิวยอร์กโดยมีวิทยาเขตสาขาในเซนต์เฮเลนาและนาปาแคลิฟอร์เนียซานอันโตนิโอเท็กซัสและสิงคโปร์ วิทยาลัยซึ่งเป็นวิทยาลัยแห่งแรกที่สอนศิลปะการทำอาหารในสหรัฐอเมริกาเปิดสอนระดับอนุปริญญาปริญญาตรีและปริญญาโทและมีพนักงานที่ใหญ่ที่สุดของ American Culinary Federation Certified Master Chefs CIA ยังมีการศึกษาต่อเนื่องสำหรับมืออาชีพในอุตสาหกรรมการบริการตลอดจนการจัดประชุมและบริการให้คำปรึกษา นอกจากนี้วิทยาลัยยังมีชั้นเรียนสันทนาการสำหรับผู้ที่ไม่ใช่มืออาชีพ วิทยาลัยมีร้านอาหารที่ดำเนินการโดยนักศึกษาในวิทยาเขตสี่แห่งของสหรัฐอเมริกา

โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2489 ในเมืองนิวเฮเวนรัฐคอนเนตทิคัตเป็นสถาบันอาชีวศึกษาสำหรับการกลับมาของทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้นโรงเรียนจึงได้ซื้ออดีตคณะสงฆ์นิกายเยซูอิตในไฮด์ปาร์คในปี 1970 ซึ่งยังคงเป็นวิทยาเขตกลาง โรงเรียนเริ่มมอบปริญญาในระดับอนุปริญญาในปี 2514 ระดับปริญญาตรีในปี 2536 และปริญญาโทในปี 2561 มีการเปิดวิทยาเขตเพิ่มเติมในปีต่อ ๆ ไป: เซนต์เฮเลนาในปี 2538 เท็กซัสในปี 2551 สิงคโปร์ในปี 2553 และนาปาในปี 2559

CIA คือสถาบันสอนทำอาหารที่ไม่แสวงผลกำไรของเอกชนสัญชาติอเมริกัน และเป็นสถาบันแรกที่มอบวุฒิปริญญาตรีและอนุปริญญาให้แก่นักเรียนที่เรียนจบค่ะ ทางสถาบันมุ่งมั่นสร้างเชฟมืออาชีพออกไปสู่โลกธุรกิจตั้งแต่ปี 1946 ด้วยการเปิดสอนในสาขา Culinary Arts, Baking and Pastry Arts, Business and Management, Liberal Arts and Food Studies และ Culinary Science and Nutrition

สำหรับค่าเรียนนั้นราคาอยู่ที่ประมาณ $17,000 (540,000 บาท) ต่อเทอม ที่นี่เองก็มีทุนการศึกษามอบให้แก่นักเรียนเช่นกันค่ะ แต่จะให้เฉพาะผู้ที่เรียนในสาขานิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และเท็กซัสเท่านั้น

Institute of Culinary Education

5. Institute of Culinary Education

อันดับหนึ่งก็ตกเป็นของ Institute of Culinary Arts โรงเรียนสอนทำอาหารที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์ก จากการสอนนักเรียน 5 คนทำอาหารในห้องครัวบนอพาร์ทเม้นท์ ปีเตอร์ ครุมพ์ (Peter Krump) ได้พัฒนาโรงเรียนของเขาให้ก้าวมาเป็นแนวหน้าในวงการทำอาหารด้วยสาขาวิชาเรียนที่หลากหลาย ทั้งศิลปะการทำอาหาร ศิลปะการทำขนมและเบเกอรี่ การจัดการร้านอาหารและภัตตาคาร การจัดการโรงแรม ศิลปะการทำขนมปัง รวมไปถึงการตกแต่งขนมเค้กระดับมืออาชีพทำให้สถาบันนี้เป็นที่ไว้วางใจของผู้รักการทำอาหารและได้ปั้นเชฟฝีมือดีๆ ออกมาไม่น้อยเลย

Aston Martin Valhalla ก่อนหน้านี้ทางAston Martin ได้ออกมาเปิดเผยว่าจะมีการทำไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางรุ่นต่อจาก Valkyrie ออกมา ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Redbull Advance Technology และ Adrain Newey

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : มหาวิทยาลัยเอกชนก็มีทุนการศึกษา