dekrian

แนะนำการศึกษา สาขาวิชาที่น่าสนใจ และความรู้รอบตัว

รวมแอพเรียนภาษา ฝึกง่ายๆได้ด้วยตัวเอง

1 min read
รวมแอพเรียนภาษา ฝึกง่ายๆได้ด้วยตัวเอง

ในสถานการณืที่เราจำเป็นจะต้องเรียนออนไลน์ซะส่วนใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 แน่นอนว่าอาจจะเป็นการเรียนที่ไม่เทียบเท่ากับการเรียนต่อหน้าเลยสักเท่าไร การหาวิธีเรียนรู้ หรือการใช่โปรแกรมเรียนเสริม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการที่จะทำให้เรานั้นเก่งมากขึ้น แต่สำหรับใครที่ต้องการจะฝึกภาษาอังกฤษ ก็มีตัวเลือกในการเรียนเสริมมากมายหลายรูปแบบ วันนี้เราก็มีการเรียนเสริมอีกรูปแบบมานำเสนอ สำหรับน้องๆ ที่กำลังมองหาตัวช่วยในการที่จะเรียนภาษา นั้นคือ แอพพลิเคชั่น สอนภาษานั่นเอง ไปดูกันว่าจะมี แอพเรียนภาษา แอพไหนน่าสนใจ และเหมาะกับการเรียนรู้ของเราที่สุด

TED

1. TED

TED คือแอปพลิเคชัน ที่รวมรวมวิดีโอ ที่เต็มไปด้วย สาระความรู้ มากมายบนโลกออนไลน์ที่เหมาะสำหรับ นักเรียน นักศึกษา และคนทั่วไป ที่อยากเพิ่มความรู้ และแนวความคิดไอเดียที่น่าสนใจมากมาย ทั้งด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การออกแบบ การศึกษา และนวัตกรรม โดยในแต่ละคลิปนั้นจะเป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้จากนักวิชาการ นักคิดที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

App รวมคลิป และ สาระความรู้ นี้ยังแบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่ อาทิ เช่น แรงบันดาลใจ ความงาม รวมถึง ไอเดีย ต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ หากคลิปวีดีโอใดที่ถูกใจเป็นที่ชื่นชอบก็สามารถทำ Bookmark หรือเก็บบันทึกเอาไว้ดูในภายหลังได้ TED หรือ รวมคลิป สาระความรู้ ต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณได้แนวคิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และมีประโยชน์

ประโยชน์ของแอพที่สำคัญ

1. ได้ฝึกภาษาอังกฤษ และมีสำเนียงหลากหลายให้ลองฟัง
2. ได้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหรือมีความรู้ในหลายๆ แขนง
3. ได้รับมุมมองใหม่ๆ จากนักวิชาการทั่วโลก
4. ได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และทัศนคติด้านบวก
5. จุดประกายไอเดีย และนำไปสานต่อได้
6. ได้ฝึกทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน

2. Speak Practice your English

Speak Practice your English เป็นแอปพลิเคชันฝึกภาษาอังกฤษในรูปแบบการสนทนา ที่เน้นทักษะการพูดและการฟัง โดยแอปพลิเคชันนี้จะทำการสร้างตัวละครขึ้นมาคุยกับเราในรูปแบบคล้ายกับการแชทแล้วเราก็ส่งเป็นคลิปเสียงกลับไป

ซึ่งแต่ละตัวละครที่เราคุยด้วยก็จะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป เมื่อผ่านการทดสอบก็จะสามารถปลดล็อคตัวละครอื่นๆ ทำให้ได้เรียนรู้บทสนทนาใหม่ๆ และในขณะที่เราฝึกพูดแต่ละคำ จะมีระดับสีบ่งบอกถึงระดับความเข้าใจว่าคนอื่นจะฟังเราเข้าใจมากน้อยแค่ไหนอีกด้วย น่าสนใจมากเลยครับ (เฉพาะ IOS)

Hello English: Learn English

3. Hello English: Learn English

แอปพลิเคชัน Hello English: Learn English ดีกรี Google EDITORS’ CHOICE กันเลยทีเดียว เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ฝึกภาษาที่มีภาษาให้เลือกเรียนรู้ถึง 11 ภาษาด้วยกัน

ซึ่งวิธีการเรียนรู้ก็จะคล้ายๆ กับแอปพลิเคชัน Echo ของประเทศไทย คือจะเป็นตัวละครจำลองสถานการณ์ต่างๆ ที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของ เหตุการณ์ในร้านอาหาร การทำธุรกรรมในธนาคาร หรือการพูดถึงสิ่งที่เราสนใจ นอกจากนี้แอปพลิชันตัวนี้ยังไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ WiFi ขณะใช้งาน

EchoEnglish

4. EchoEnglish

EchoEnglish เป็นแอปพลิเคชันที่คนไทยทำ จัดทำโดย กระทรวงศึกษาธิการ, มูลนิธิยุวสถิรคุณ และโรงเรียนกวดวิชา Enconcept รูปแบบการเรียนเป็นวิดีโอบทเรียนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้พัฒนาการพูด การฟัง การออกเสียง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!

พบกับหัวข้อวิดีโอที่หลากหลาย: สำนวนภาษาอังกฤษพื้นฐาน, สถานการณ์ทั่วไป, การท่องเที่ยว, ธุรกิจ, วิชาชีพและอื่นๆ เน้นการพัฒนาทักษะเป็นหลัก: การออกเสียง, การสื่อสาร, ความเข้าใจทางวัฒนธรรม, พื้นฐานไวยากรณ์ และคำศัพท์ ออกแบบโดยเฉพาะ สำหรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง.

คุณสมบัติเฉพาะดังต่อไปนี้

  1. บทเรียน – วิดีโอบรรยายสอนเป็นภาษาไทย
  2. ฟัง – สามารถฟังซ้ำเฉพาะบางประโยค หรือฟังซ้ำประโยคทั้งหมดได้เท่าที่ต้องการ
  3. พูด – ฟังเสียงเจ้าของภาษาแล้วฝึกพูดประโยคหลักของแต่ละบทเรียน EchoEnglish มีระบบวิเคราะห์เสียงพูด ที่สามารถแจ้งผลลัพท์การพูดเพื่อให้ผู้เรียนสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้*
  4. เขียน – ช่วยให้ทบทวนความหมาย, การสะกดคำ, การใช้คำภาษาอังกฤษ, วลีและประโยคที่เรียนรู้จากวิดีโอบทเรียน
  5. แบบทดสอบ – แต่ละบทเรียนจะมีข้อสอบแบบปรนัยเพื่อวัดความเข้าใจ

5. Duolingo

Duolingo

เป็นแอพฝึกภาษาอังกฤษในรูปแบบของเกม สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี แบบมีโฆษณา แต่ถ้าต้องการเอาโฆษณาออกก็สามารถชำระเงินได้ โดยจะมีในทักษะต่าง ๆ ในการฝึกฝน นอกจากภาษาอังกฤษแอพนี้ยังมีให้ฝึกภาษาอื่น ๆ เช่น Spanish, French, German, Portuguese, Italian, Irish, Dutch, Danish, Swedish อีกด้วย

สามารถเรียนบนแอปพลิเคชัน หรือบนเว็บไซต์ก็ได้ เมื่อเริ่มต้นสมัคร แอปพลิเคชันจะให้เราเลือกเป้าหมายที่จะเรียนในแต่ละวัน จะเรียนในลักษณะเก็ยแต้มไปแต่ละวัน น่าสนุกและท้าทายมากเลยครับ แต่ข้อเสียคือจะมีแค่เพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น

6. LearnEnglish GREAT Video

แอพของทาง British Council โดยแอพนี้จะเป็นการฝึกภาษาอังกฤษจากการดูวิดีโอ ซึ่งจะมีซับไตเติล ให้อ่านตาม และให้เราคอยจับเสียงที่เค้าพูด ฝึกฟังจะได้ชิน

7. Murphy’s English Grammar in Use

ถัดมาเป็นแอพสอน Grammar หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบการเรียนไวยกรณ์ ซึ่งแอพนี้จะแบ่งเป็นบทเรียนต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ a, an, the จนไปถึง Active Voice, Passive Voice, Tense ทั้ง 12 Tense เลยทีเดียว

แอพนี้เป็นแอพฟรี แต่มี In-app Purchase ให้กดซื้อเพิ่ม โดยปลดล็อกทั้งหมดราคาอยู่ที่ 599 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพง ถ้าเราเทียบกับการไปซื้อหนังสือภาษาอังกฤษซักเล่ม ตามร้านขายหนังสือ เผลอ ๆ แพงกว่าด้วย และข้อดีของการเป็นแอพคือ มันสะดวก ไม่ต้องแบกหนังสือหนัก ๆ มาอ่าน ไม่ต้องเปิด CD ฟัง และแอพที่เราซื้อก็สามารถเอาไปลงใน iPhone, iPad หรือเครื่องอื่น ๆ ของเราได้ด้วย

8. พูดอังกฤษได้เป๊ะเวอร์

ถึงมาเป็นแอพที่ใช้ควบคู่กับหนังสือของ อาจารย์อดัม ซึ่งหลาย ๆ คนก็อาจจะรู้จัก โดยแอพนี้จะสอนการออกเสียงตั้งแต่พยัญชนะ สระทั้ง 26 ตัวเลย และก็จะมีสอนออกเสียงยาก ๆ เช่น TH, เสียงควบกล้ำในภาษาอังกฤษ และแอพนี้รวบรวมคำที่ออกเสียงคล้ายกันมีอยู่ในแอพด้วย

Dictionary.com Dictionary & Thesaurus

9. Dictionary.com Dictionary & Thesaurus 

ถัดมาเป็นแอพ Dictionary โดยแอพนี้จะเป็นดิกซ์แบบ EN-EN ไว้ฝึกเปิดหาคำศัพท์ยาก ๆ ความหมาย วิธีการใช้คำ รวมไปถึง การหา Synonym หรือคำที่มีความหมายเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น Big, Large, Huge, Enormous ซึ่งทั้งหมดแปลว่าใหญ่ มหึมา เป็นต้น

10. Speak English

แอพเรียนภาษา ฝึกทักษะ Listening โดยจะมีความยากหลายระดับ ซึ่งแอพนี้จะมีคอนเซ็ปในการใช้ก็คือ ให้เราฟังเจ้าของภาษาพูดออกเสียง หลังจากนั้นให้เราทำการพูดตาม โดยแอพจะอัดเสียงเรา และสุดท้ายแอพจะทำการเปิดเปรียบเทียบเสียงของเจ้าของภาษากับของเรา ว่าเราออกเสียงเหมือนกันหรือยัง

3 เรื่องเล่าผีหัวขาด สุดหลอน ในบ้านเรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ผีหัวขาด อยู่หลายเรื่องมาก จนมันเคยกลายเป็นหนังในโรงภาพยนตร์ ให้เราได้สัมผัสกับความหลอนแบบเต็มๆตากันไปแล้ว แต่หากจะเล่าจากประสบการณ์จริงๆ

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 5 โรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำของโลก