dekrian

แนะนำการศึกษา สาขาวิชาที่น่าสนใจ และความรู้รอบตัว

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1 min read
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยที่โดดเด่นในด้านของกฎหมายและความเป็นธรรม เป็นแหล่งบ่งเพราะนิสิต นักศึกษาที่มาสร้างความเป็นธรรมให้ประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก และนอกจากนั้นมหาวิทลัยธรรมศาสตร์ยังมีประวัติที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ในบทความนี้เราจะมาบอกเล่าประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกันแต่จะมีความน่าสนใจยังไงนั้นเรามาติดตามดูกันเลย

ประวัติของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 โดยมีชื่อเมื่อเริ่มก่อตั้งว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง” (มธก.) มหาวิทยาลัยนี้ถือกำเนิดมาจากความคิดริเริ่มของ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ (รัฐมนตรีว่าการ กระทรวง มหาดไทย ในขณะนั้น) โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นตลาดวิชา เพื่อการศึกษาด้านกฎหมายและการเมือง สำหรับประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อในขณะนั้นว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์ผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองและความเป็นไปของชาติ ตลอดจนเรื่องของรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2477 มีนักศึกษากว่า 240,000 คน ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในจำนวนนี้ มีผู้ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ อาทิเช่น นายกรัฐมนตรี ประธานศาล ประธานรัฐสภา นักการเมือง เจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จึงนับเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศ

ด้วยเหตุนี้มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองจึงมีลักษณะเป็นตลาดวิชา โดยเปิดกว้างแก่ผู้สำเร็จประโยคมัธยมศึกษาและผู้ที่ทำงานแล้วเข้าเรียนโดยไม่มีการสอบเข้า เก็บค่าเล่าเรียนในอัตราต่ำ จัดพิมพ์คำสอนจำหน่ายในราคาถูก ไม่บังคับให้นักศึกษาต้องมาฟังคำบรรยาย เพียงแต่มาสอบตามกำหนดเวลา นับเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศไทย ปรากฏว่า ในปีแรกมีผู้สมัครเข้าศึกษาถึง 7,094 คน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยบุตรชายหญิงจากชนชั้นที่ไม่ได้ร่ำรวย รวมทั้งชนชั้นกลางที่มีความหลากหลายทางอาชีพ วิชาที่เปิดสอนมี 2 แขนงคือ หลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิตและวิชาการบัญชี

รัฐประหาร 2490

รัฐประหาร 2490

จากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบอย่างมาก ผู้ประศาสน์การ ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างประเทศ ชื่อมหาวิทยาลัยถูกตัดคำว่า “การเมือง” ออก เปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” หลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตรบัณฑิตเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นการจัดการเรียนการสอนแยกออกเป็น 4 คณะ คือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ความเป็นตลาดวิชาหมดไป ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2495 แต่ละคณะมีปริญญาบัตรในชั้นปริญญาตรีตามสาขาของตนเอง ไม่เป็นปริญญาบัตรกลางชื่อ “ธรรมศาสตร์บัณฑิต” อีกต่อไป

ช่วงปี 2516 ถือเป็นยุคสมัยแห่งการต่อสู้ทางอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองไทย ซึ่งก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนหลังเหตุการณ์วันวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 ในขณะนั้นศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์วันวิปโยคปะทุขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศในยามคับขัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมืองไทยยุคใหม่ในเวลาต่อมา

ในปี 2518 ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี ท่านเห็นว่าควรที่จะขยายการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ ในชั้นปริญญาตรีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคม เช่นเดียวกับหลักสูตรทางสังคมศาสตร์ที่มีอยู่เดิม พื้นที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 49 ไร่ ไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางวิชาการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยจึงเจรจาขอใช้ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 2,430 ไร่ ที่รังสิต เพื่อสนองรับการขยายตัวของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงขยายออกไปที่รังสิต เรียกว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งพัฒนาเจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน

ในปี 2537 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้พิจารณาว่า มีความเหมาะสมที่จะนำพื้นที่บริเวณริมถนนสายชลบุรี-ระยอง ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีมาใช้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน การวิจัยและพัฒนาในด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรม เนื่องจากการวิจัยและพัฒนาที่จะได้ผลนั้น จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับการปฏิบัติการจริงอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรม ทางบริเวณจังหวัดชลบุรีมีความเหมาะสมเนื่องจากเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมจำนวนมาก

มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้นำ

ในปีพ.ศ.2560 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับทิศทางการพัฒนาของประเทศด้วยแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ 12 ที่กำหนดเป้าหมายสู่การเป็น ‘มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้นำ’ ด้วย 5 ยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยในปี 2560 – 2564 อันได้แก่

  1. การสร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะ GREATS มีทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และทักษะทางภาษาอย่างน้อย 3 ภาษา 
  2. การสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมเชิงพัฒนาต่อสังคมและโลก
  3. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  4. การมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการวิชาการและบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานสากล 
  5. การมุ่งสู่ความมั่นคงและยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการที่ทันสมัย ด้วยการบริหารสมัยใหม่นี้จะทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้นำที่ได้มาตรฐานระดับสากล

เมื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 84 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงจะไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษาที่ทำหน้าที่ผลิตบัณฑิต สร้างงานงานวิจัยและงานวิชาการเท่านั้น  แต่ยังจะดำเนินการให้เป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการสร้างผู้นำรุ่นใหม่เพื่อสังคมไทยและนานาชาติ” (Grooming Next-Generation Leaders for Thailand and International Communities) เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักของประชมคมนานาชาติ 

วันเวลาผ่านไป ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยืนหยัดเคียงคู่สังคมไทยมาครบ 84 ปีแห่งการสถาปนา ทั้งยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการผลิต “เมล็ดพันธุ์คนธรรมศาสตร์” กอปรด้วยความรู้ความสามารถและจิตวิญญาณแห่งการรับใช้สังคม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมโลกอย่างเต็มภาคภูมิ โดยการปลูกฝังความเป็นธรรมศาสตร์ให้เป็นผู้มีจิตสาธารณะและความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะชาวธรรมศาสตร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรือ ศิษย์ปัจจุบัน  ต่างภาคภูมิใจที่ได้กล่าวว่า  “ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์ สอนให้ฉันรักประชาชน”

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ตราธรรมจักร เป็นรูปธรรมจักรสีเหลืองทอง ตัดเส้นด้วยสีแดง ทั้งหมด ๑๒ แฉก โดยมีพานรัฐธรรมนูญสีแดงสลับเหลืองอยู่กึ่งกลาง ที่ขอบธรรมจักรมีอักษรสีแดงจารึก “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” หรือ “ม.ธ.” อยู่ทางด้านบน กับ “THAMMASAT UNIVERSITY” หรือ “T.U.” อยู่ทางด้านล่าง และระหว่างทั้งสองคำจะมีลายกนกสีแดงคั่นอยู่

“ตราธรรมจักร” หมายถึง สถาบันแห่งนี้ยึดถือคติธรรมของพุทธศาสนาเป็นหลักกล่อมเกลาบัณฑิต กึ่งกลางธรรมจักร คือ พานรัฐธรรมนูญ หมายถึง การยึดมั่น เชิดชูรัฐธรรมนูญ เป็นหลักการที่ทางมหาวิทยาลัยยึดถือ และประพฤติปฏิบัติเสมอมา

สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง-แดง การเลือกสีเหลืองกับแดงนี้ ไม่มีหลักฐานเด่นชัด เพียงแต่ทราบว่า นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้เลือก ซึ่งอาจมาจากความต้องการเอาสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของศาสนาเหมือนดังธรรมจักร กับสีแดง ซึ่งแสดงความเข้มข้นคือ เลือด ดังปรากฏในเพลงของขุนวิจิตรมาตราว่า “เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต แดงของเรา คือโลหิตอุทิศให้” 

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นหางนกยูง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรีที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๖ และทรงปลูกต้น “หางนกยูง” จำนวนห้าต้น บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่เพื่อให้เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ตามที่นักศึกษาขอพระราชทาน ซึ่งผู้ขอคือ นายวิทยา สุขดำรง ด้วยสีของดอกหางนกยูงนั้น มีความ สอดคล้องกับสีประจำมหาวิทยาลัยแต่เดิม คือสี เหลือง – แดง นั่นเอง

เพลงประจำมหาวิทยาลัย

  • เพลงพระราชนิพนธ์ ยูงทอง
  • เพลงโดมเริงใจ
  • เพลงโดมในดวงใจ
  • เพลงเงาโดม
  • เพลงขวัญโดม
  • เพลงสีเหลืองแดง
  • เพลงโดมร่มใจ
  • เพลงเอื้องฟ้า
  • เพลงอาลัยโดม
  • เพลงธรรมศาสตร์รักกัน
  • เพลงโดมรอเธอ
  • เพลงธรรมศาสตร์เกรียงไกร
  • เพลงจำจากโดม
  • เพลงประจำมหาวิทยาลัย (ทำนองมอญดูดาว)
  • เพลงนี่หรือธรรม
  • เพลงมาร์ช มธก.
  • เพลงเธอชื่อยูงทอง
  • เพลงเดิน
  • เพลงโดมในอดีต
  • เพลงปรีดี พนมยงค์
  • เพลงโดมในดวงใจ (บรรเลง)
เพลงประจำมหาวิทยาลัย

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการตามพันธกิจในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง ให้บริการวิชาการแก่สังคมทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมของชาติและเป็นผู้นำในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างโอกาสความเสมอภาคและความถูกต้องของสังคมตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ดังคำกล่าวที่ว่า

บทความที่น่าสนใจ : The Champion , รวมซีรีส์วาย เอาใจสาวๆ ปี2020